หลักการใช้ยาอย่างปลอดภัยเป็นอย่างไร?

ยาเป็นปัจจัยพื้นฐานอย่างหนึ่งสำหรับมนุษย์ โดยใช้เป็นเครื่องบรรเทาความทุกขเวทนาอันเกิด จากความเจ็บป่วย ยานั้นมีทั้งคุณและโทษขึ้นอยู่กับลักษณะของการใช้ยา ข้อเขียนนี้ประสงค์ จะให้ความรู้พื้นฐานเรื่องยาสำหรับประชาชนทั่วไป เพื่อนำไปเป็นแนวทางพิจารณาในการใช้ยา อย่างปลอดภัย

การใช้ยาอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยเป็นหัวใจของการรักษาโรคด้วยยา ซึ่งต้องอาศัย
ความรู้ความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างผู้ป่วย แพทย์ พยาบาล และเภสัชกร หลักการ
ทั่วไปได้แก่

ใช้ยาเมื่อจำเป็นและให้ถูกโรค ยาไม่ใช่อาหารที่ต้องรับประทานเป็นประจำ ดังนั้นจะใช้ยา
ก็ต่อเมื่อเกิดความเจ็บป่วยที่ไม่อาจแก้ไขด้วยวิธีการอื่น ประชาชนส่วนหนึ่งมักชอบใช้ยา
พร่ำเพรื่อหรือโดยไม่จำเป็น หรือไม่ถูกกับความเจ็บป่วยของตน เช่น เกิดความเจ็บป่วยอะไร
ขึ้นมาก็ใช้ยาปฏิชีวนะทั้งที่โรคนั้นไม่เกี่ยวกับการติดเชื้อเลย การใช้วิตามินขนาดสูงเป็นประจำ
ด้วยคิดว่าจะบำรุงร่างกายให้แข็งแรงโดยไม่ต้องรับประทานอาหารให้ถูกส่วนหรือออกกำลัง
กายให้พอเหมาะ การใช้ยาแก้ปวด-ต้านอักเสบกับอาการปวดเมื่อยจากการเล่นกีฬา เป็นต้น
ในบางครั้งอาการเจ็บป่วยที่เกิดเป็นไปตามธรรมชาติเพียงชั่วคราวและทุเลาได้เองโดยกลไก
ของร่างกายก็ไม่จำเป็นต้องด่วนใช้ยา เช่น อาการอ่อนเพลียจากการทำงาน อาการปวด
ศีรษะจากการใช้สายตามาก ข้อควรจำคือทุกครั้งที่เจ็บป่วยต้องหาสาเหตุให้พบว่าต้นเหตุ
ที่แท้จริงของอาการดังกล่าวคืออะไรและสมควรต้องใช้ยาหรือไม่ ในกรณีที่ความเจ็บป่วยนั้น
เกิดโดยไม่ทราบสาเหตุ รุนแรง หรือก่อทุกขทรมานแก่ร่างกายหรือจิตใจ จึงจำเป็นต้องได้รับ
การรักษาโดยให้พยายามพบแพทย์เป็นอันดับแรก ในกรณีที่ไม่อาจพบแพทย์ได้ควรขอคำ
ปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการรักษาด้วยยาจากเภสัชกร ถ้าหากความเจ็บป่วยนั้นไม่ซับซ้อน
หรือรุนแรงเกินไปเภสัชกรอาจใช้วิจารณญานให้การบรรเทาหรือบำบัดเบื้องต้นด้วยยาที่ถูก
กับโรค แต่ถ้าเป็นความเจ็บป่วยที่รุนแรงเภสัชกรก็จะแนะนำให้ผู้ป่วยไปหาแพทย์หรือส่งมอบ
ผู้ป่วยให้แพทย์ทำการรักษาต่อไป

ใช้ยาให้ถูกขนาดและถูกกำหนดเวลา ถึงแม้จะใช้ยาที่ถูกกับโรคแล้วก็ตามไม่ได้หมาย-
ความว่าจะหายจากความเจ็บป่วยได้ทุกกรณี เนื่องจากจะต้องใช้ยาให้ถูกขนาดกับตนเอง
และด้วยกำหนดเวลาที่เหมาะสมกับโรคที่เป็น ขนาดยาที่เหมาะสมกำหนดจากการทดลองกับ
ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งในช่วงการวิจัยก่อนขึ้นทะเบียนยา โดยกำหนดเป็นน้ำหนักของตัวยาต่อ
น้ำหนักผู้ป่วย เช่น มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม แต่เมื่อผลิตเป็นรูปแบบยาสำเร็จรูปแล้วมักจะ
กำหนดเป็นหน่วยของการใช้ยา เช่น เม็ด แคปซูล ช้อนโต๊ะ ช้อนชา เป็นต้น ซึ่งโดยทั่วไปใช้
สำหรับผู้ใหญ่ในเกณฑ์มาตรฐาน ดังนั้นถ้าหากผู้ป่วยแตกต่างไปจากเกณฑ์มาตรฐาน เช่น
เป็นเด็ก ผู้สูงอายุ ผอมหรืออ้วน มีโรคเกี่ยวกับตับหรือไต อาจต้องปรับขนาดยาที่ใช้ให้
เหมาะสมแต่ละรายโดยเฉพาะถ้าเป็นยาที่มีอันตราย สำหรับกำหนดเวลาการใช้ยาโดยเฉพาะ
ยารับประทานมักจะสอดคล้องกับกิจวัตรประจำวัน เช่น มื้ออาหาร เวลาเช้า-เย็น ก่อนนอน
หรือกำหนดเป็นช่วงเวลาคงที่ เช่น ทุก 6 หรือ 8 ชั่วโมง เพื่อให้สะดวกในการจดจำ การใช้ยา
เพื่อรักษาตามอาการของโรคมักจะใช้ยาเฉพาะเมื่อมีอาการเท่านั้น เช่น ยาลดน้ำมูก ยาแก้ไอ
ยาแก้ปวด เป็นต้น ต่างกับยาซึ่งรักษาที่ต้นเหตุของโรคมักต้องใช้ประจำต่อเนื่องจนกว่า
ต้นเหตุโรคจะหมดไป เช่น ยารักษาโรคติดเชื้อ ยารักษาโรคความดันโลหิตสูง ยารักษาเบาหวาน
เป็นต้น ในกรณีนี้จึงต้องใช้ยาติดต่อกันจนครบกำหนดเวลาที่แพทย์สั่ง การเลิกใช้ยาดังกล่าว
ก่อนกำหนดอาจทำให้โรคไม่หายขาดหรือกลับลุกลามรุนแรงขึ้น

ใช้ยาที่มีการยืนยันผลทางวิทยาศาสตร์ชัดเจน ยาแผนปัจจุบันแต่ละตัวกว่าจะขึ้น
ทะเบียนยาออกมาจำหน่ายได้จะต้องผ่านการวิจัยพิสูจน์สรรพคุณ การประเมินความเป็นพิษ
และการควบคุมมาตรฐานการผลิตอย่างเป็นระบบ ยาเหล่านี้จะมีข้อมูลยืนยันอย่างชัดเจน
ในแง่ปริมาณตัวยาสำคัญ ข้อบ่งใช้ ขนาดและวิธีใช้ ผลไม่พึงประสงค์ ข้อควรระวัง ข้อห้ามใช้
ตลอดจนความคงตัวของยา การใช้ยาดังกล่าวจึงคาดคะเนผลการใช้ยาได้ อย่างไรก็ตาม
ปัจจุบันมียาหลายชนิดโดยเฉพาะที่เป็นสารหรือผลิตผลจากธรรมชาติมักจะโฆษณาโน้มน้าว
และอ้างสรรพคุณเกินข้อเท็จจริงโดยอาศัยจุดอ่อนของความตื่นกลัวและความเชื่อง่ายของ
ประชาชน ยาประเภทนี้ส่วนใหญ่มักด่วนสรุปข้อมูลที่มีอยู่เพียงบางส่วนว่าสามารถใช้รักษา
โรคต่างๆ ได้ ทั้งที่จริงแล้วยังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และการวิจัยในผู้ป่วยยืนยันประสิทธิ-
ภาพและความปลอดภัยอย่างชัดเจน การใช้ยาที่โฆษณาเกินจริงเหล่านี้เท่ากับการตกเป็น
ผู้ทดลองยาโดยต้องเสี่ยงต่ออันตรายจากโรคที่เป็นอยู่และจากยาที่ใช้

แก้ปัญหาการใช้ยาด้วยการปรึกษาเภสัชกร ในยุคนี้เนื่องจากศาสตร์แขนงต่างๆ มี
ความก้าวหน้าและลุ่มลึกมากทำให้วิชาชีพแต่ละสาขามักมีความเชี่ยวชาญเพียงเฉพาะด้าน
ของตน ในแง่นี้เภสัชกรเป็นวิชาชีพที่ถูกสั่งสอนและฝึกปฏิบัติให้เชี่ยวชาญด้านยาเป็นพิเศษ
เพื่อให้เป็นที่พึ่งพิงของประชาชนและผู้ป่วย ดังนั้นในกรณีที่ต้องการความรู้เรื่องยาหรือเกิด
ปัญหาการใช้ยาจึงสมควรที่ประชาชนควรพยายามปรึกษากับเภสัชกรไม่ว่าจะเป็นที่ร้านขายยา
หรือโรงพยาบาลใกล้ตัวท่านก็ตาม ซึ่งเภสัชกรทุกคนยินดีที่จะทำหน้าที่ให้ความกระจ่างแก่
ประชาชน สำหรับท่านที่อยู่ใกล้คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สามารถขอคำ
ปรึกษาเรื่องยากับเภสัชกรที่สถานปฏิบัติการโอสถศาลา ตรงข้ามศูนย์การค้ามาบุญครองได้
ทุกวันจันทร์ถึงเสาร์ เวลา 8.00-19.00 น. เว้นวันอาทิตย์และวันหยุดราชการอื่น


[วันที่: 2009-06-01]

 

  Top Chart  
1.อยากเป็นแฟนเธอแทนเขา/ตั๊กแตน ชลดา
2.เหตุผลที่ฉันต้องรักเธอ/เอิร์น เดอะสตาร์
3.หนึ่งคนฝากชีวิต อีกคนคิดไม่ซื่อ /ต่าย อรทัย
4.รูปใบเก่า /แคนดี้ รากแก่น
5.ฝากคำขอโทษ/จินตหรา พูนลาภ
6.กรุณาฟังให้จบ/แช่ม แช่มรัมย์
7.ดอกรักบานบนต้นงิ้ว/หนวด สะตอ
8.เลิกบ้าผู้หญิงได้ไหม/ไผ่ พงศธร
9.ฝนไม่ได้ตกทุกวัน/ศล อำพัน
10.จองที่ว่างข้างๆเธอ/ไผ่ พงศธร










   
สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พรบ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2550 โดย บริษัท สไมล์อินเทอร์แอคทีฟ จำกัด