|
วิธีการใช้ยาทั่วไปมีกี่แบบและมีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร?
ยาเป็นปัจจัยพื้นฐานอย่างหนึ่งสำหรับมนุษย์ โดยใช้เป็นเครื่องบรรเทาความทุกขเวทนาอันเกิด
จากความเจ็บป่วย ยานั้นมีทั้งคุณและโทษขึ้นอยู่กับลักษณะของการใช้ยา ข้อเขียนนี้ประสงค์
จะให้ความรู้พื้นฐานเรื่องยาสำหรับประชาชนทั่วไป เพื่อนำไปเป็นแนวทางพิจารณาในการใช้ยา
อย่างปลอดภัย
ในการรักษาโรคด้วยยาสามารถใช้ยาได้หลายวิธี โดยขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น รูปแบบยาที่มีอยู่ขณะนั้น ความรุนแรงของโรค ความฉับไวของผลยาที่ต้องการ ราคายาในรูป แบบต่างๆ และความสะดวกต่อผู้ป่วย ประการสำคัญที่สุดคือความร่วมมือจากผู้ป่วย ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดผลรักษาสูงสุดโดยมีผลไม่พึงประสงค์น้อยที่สุด วิธีที่ใช้อยู่ทั่วไปได้แก่ การให้ยาทางปาก วิธีหลักคือการรับประทานซึ่งเป็นวิธีที่ใช้กันบ่อยที่สุด ข้อดีของวิธีนี้คือ ความสะดวก ปลอดภัย ราคายารับประทานมักถูกกว่ารูปแบบอื่น ขั้นตอนการใช้ไม่ยุ่งยาก และใช้ได้กับยาส่วนใหญ่ ข้อเสียของวิธีนี้คือยาจะต้องผ่านทางเดินอาหารและดูดซึมผ่านผนัง กระเพาะและลำไส้เข้าสู่กระแสเลือด จึงออกฤทธิ์ได้ช้าและปริมาณยาที่เข้าสู่กระแสเลือดอาจ แปรผันแตกต่างตามสภาพการดูดซึม โดยทั่วไปยาน้ำมักถูกดูดซึมได้เร็วกว่ายาเม็ดหรือยา แคปซูล ยาที่ไม่ปะปนกับอาหารในกระเพาะจะมีโอกาสถูกดูดซึมได้มาก ด้วยเหตุนี้ถ้าไม่มีข้อ จำกัดใดๆ ควรรับประทานยาในขณะที่ท้องว่าง ได้แก่ก่อนอาหารประมาณครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง หรือหลังอาหารประมาณสองถึงสามชั่วโมง ตัวอย่างยาที่จำเป็นต้องรับประทานเช่นนี้ได้แก่ ยาที่ถูกทำลายโดยกรดในกระเพาะอาหารหรือจับควบกับส่วนประกอบของอาหารได้มาก เช่น ยาปฏิชีวนะกลุ่มเพนนิซิลลิน เตตร้าซัยคลิน เป็นต้น อย่างไรก็ดียาบางอย่างมีฤทธิ์ระคายเคือง ทางเดินอาหารหรือกระตุ้นให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน เช่น ยาแก้ปวดแอสไพริน ยาแก้อักเสบ ของกล้ามเนื้อ-ไขข้อ-กระดูก ก็จำเป็นต้องเลี่ยงไปรับประทานหลังอาหารทันที ยาลดกรดและ ยาขับลมชนิดเม็ดควรจะเคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืนเพื่อให้แตกเป็นชิ้นเล็กจะได้มีผิวสัมผัสกับ กรดหรือฟองอากาศในกระเพาะได้มากขึ้น ยาบางชนิดควรกลืนทั้งเม็ดไม่ควรขบให้เคลือบยา แตกก่อนกลืนเพราะเป็นรูปแบบที่ออกฤทธิ์เนิ่นนาน ต้องการให้เม็ดยาค่อยๆ ละลายทีละน้อย เป็นต้น ดังนั้นการรับประทานยาควรจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร อย่างเคร่งครัด การให้ยาด้วยการฉีด ได้แก่การฉีดเข้าหลอดเลือด การฉีดเข้ากล้ามเนื้อ การฉีดเข้าใต้ ผิวหนัง เป็นต้น ข้อดีของวิธีนี้คือยาจะเข้าสู่กระแสเลือดได้เร็วเนื่องจากอุปสรรคของการ ดูดซึมมีน้อย หรือในกรณีการฉีดเข้าหลอดเลือดยาจะเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง เมื่อเข้า กระแสเลือดได้เร็วก็จะกระจายไปยังบริเวณที่เกิดโรคได้เร็วและเห็นผลยาได้เร็ว วิธีเหล่าน ี้จึงเหมาะสำหรับใช้เพื่อการรักษาที่ต้องการเห็นผลอย่างฉับพลัน โดยทั่วไปการฉีดยาเข้า หลอดเลือดจะเห็นผลเร็วที่สุด ข้อเสียของวิธีนี้คือไม่สะดวกเพราะต้องอาศัยทักษะในการให้ยา จึงต้องกระทำโดยแพทย์หรือพยาบาล การให้ยามักทำให้เจ็บปวด ราคายาค่อนข้างแพง มี โอกาสเสี่ยงต่ออันตรายจากผลข้างเคียง ผลพิษ และการแพ้ยาสูง ดังนั้นการให้ยาด้วยการฉีด จึงมักจะใช้ต่อเมื่อมีความจำเป็นจริงๆ เช่น อาการของโรครุนแรง ยาดูดซึมไม่เพียงพอจาก การรับประทาน เป็นต้น การให้ยาเฉพาะที่ หมายถึงการให้ยาที่ต้องการให้ออกฤทธิ์ ณ จุดที่มีการเกิดโรคเท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นการให้ยาภายนอก ได้แก่การหยอดยา การเหน็บยา การพ่นยา การทายา การนวดยา เป็นต้น ข้อดีของวิธีนี้คือยาจะมีผลเฉพาะบริเวณที่ให้ยาเท่านั้นและมีการดูดซึม เข้ากระแสเลือดน้อยจึงไม่ค่อยมีผลอื่นต่อระบบในร่างกาย ข้อเสียคือใช้ได้ดีกับโรคที่เกิด บริเวณพื้นผิวร่างกายเท่านั้นและอาจเกิดความเลอะเทอะ ฤทธิ์ของยาอยู่ไม่ได้นาน การให้ยาวิธีอื่นๆ ได้แก่ การอมใต้ลิ้น การฉีดเข้าน้ำไขสันหลัง การดมยา การแปะแผ่นยาซึ่ง แต่ละวิธีจะมีจุดมุ่งหมายพิเศษ เช่น การอมใต้ลิ้นใช้กับยาที่ต้องการเห็นผลรวดเร็วและลดการ ทำลายฤทธิ์ยาโดยตับ เนื่องจากกระแสเลือดที่นำยาจากอุ้งปากนั้นไม่ผ่านตับโดยตรง การฉีด เข้าน้ำไขสันหลังเพื่อให้ยาเข้าสมองได้เนื่องจากน้ำไขสันหลังติดต่อโดยตรงกับสมอง ใช้กับยา ที่รักษาโรคในสมองแต่ไม่สามารถผ่านจากกระแสเลือดเข้าสู่สมองได้ การดมยาเป็นวิธีที่แพทย์ ใช้ให้ยาสลบแก่ผู้ป่วยเพื่อการผ่าตัด การแปะแผ่นยาบนผิวหนังส่วนที่มีเลือดเลี้ยงมากและใกล้ กับตำแหน่งออกฤทธิ์ของยาเพื่อให้ยาค่อยๆ ซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือด ใช้สำหรับยาที่ ต้องการให้ออกฤทธิ์ในร่างกายโดยไม่ต้องรับประทาน การใช้ยาเหล่านี้ผู้ใช้ยาจะต้องมีทักษะ พอสมควร
[วันที่: 2009-06-01]
|